อยากพูด อยากเขียน อยากระบาย
0

การวิเคราะห์คู่แข่งด้าน seo

การวิเคราะห์คู่แข่งทาง seo

วันนี้ผมได้ฤกษ์มาเขียนบล็อกซะทีหลังห่างหายไปนานมาก เกือบเดือนได้มั้ง พอดีผมก็ทำงานประจำไปด้วยไงครับ แล้วช่วงเดือนที่แล้วงานผมค่อนข้างแน่นพอสมควรเลยล่ะ บล็อกนี้เลยแทบไม่ได้มาแตะเลย ได้แต่มาตอบคอมเม้นของเพื่อนๆ แล้วผมก็คิดถึงเพื่อนๆ มากๆ ซะด้วย ฮ่า ๆ

เรื่องที่จะเขียนวันนี้หลายคนก็รู้แล้ว แต่ผมก็ยังอยากที่จะนำมาเขียนอีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องเบสิคๆ ที่หลายคนก็มักที่จะลืมมัน เรื่องการวิเคราะห์คู่แข่ง seo อย่างที่เรารู้ๆ กันว่า ในการรบแต่ละครั้งเราก็ต้องรู้จำนวนของศัตรูของฝ่ายตรงข้ามถ้าเราไม่รู้ สิ่งที่เราจะเจอก็คือความหายนะนั่นเอง เป็นไงครับวันนี้ผมมาเป็นซุนวูเลยป่ะล่ะ 55

และวันนี้ผมก็มีเครื่องมือเด็ดๆ อยากมาแนะนำซึ่งหลายคนก็อาจจะรู้กันแล้ว เครื่องมือนี้มันสามารถจะรู้จุดบอดของคู่แข่งของเรา แล้วก็รู้จุดอ่อนของตัวเราเองด้วยล่ะ ทีนี้แหละมันส์ เพราะถ้าเราแก้ไขโครงสร้างเว็บได้ตามนี้ในความคิดส่วนตัวผมว่า ต้องมีผลต่ออันดับของเราอย่างแน่นอนครับ

เครื่องมือในที่นี้ของผมก็คือเว็บไซต์ woorank ( คลิกที่นี่เพื่อเข้าเว็บ ) นั่นเอง ซึ่งมันทำหน้าที่อย่างไรหน่ะเหรอ งั้นผมจะขออธิบายสั้นๆ เลยครับ คือมันทำหน้าที่คอยตรวจสอบว่าเว็บของเรา ยังขาดตกบกพร่องตรงส่วนไหนนั่นเอง แล้วจะประเมินออกมาเป็นคะแนนเลยว่าเว็บไซต์ของเรานั้นได้กี่คะแนน พอเรารู้ว่าเว็บของเรายังขาดตกตรงส่วนไหน เราก็มีหน้าที่เติมเข้าไปให้มันเต็ม 100 คะแนนนั่นเอง :)

อ่านต่อคลิกเลย »

0

เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่ วลีเด็ดที่หลายคนพูดถึง

ครูอังคณาคือใคร แล้วเรื่องมันเป็นอย่างไร เชื่อดิหลายคนคง งงสัดอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ ซึ่งตอนแรกผมก็งง แต่ถ้าได้ดูคลิปเด็กน้อยคแล้ว ก็จะฮาในความเกรียนน้อยๆ ของน้องเค้า แล้วก็จะอ๋อเลยว่า เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่ มันมาจากเค้าผู้นี้นี่เอง

เรื่องมันมีอยู่ว่า มีคลิปออกมาออกแนวบ่นๆ แนวน้อยใจเพื่อนๆ ซึ่งก็น่าจะเป็นน้องเค้าโพสขึ้นมาเองนั่นแหละ แต่กระแสตอบรับของคลิปนั้น มันเหมือนผลุแตกเลยในหมู่สังคมโซเซียล หลายคนคงอาจจะได้ยินชื่อคุณครูอังคณา ไปแล้วแน่ๆ แต่อาจจะไม่รู้ว่าใครว่ะ คือครูอังคณา ฮ่า ๆ งั้นก็ลองดูคลิปด้านล่างเลย

อ่านต่อคลิกเลย »

0

บันทึกการลดน้ำหนัก ในวันที่ 2

บันทึกการลดน้ำหนักวันที่ 2

วันนี้มื้อเช้าผมกินแบบโหดสัดอ่ะ จัดพิซซ่า 1 เซ็ตแต่เช้าเลย เพราะอย่างน้อยก็ยังดีกว่ากินตอนเย็นของเมื่อวานแน่ๆ เนื่องจากเมนูนี้ที่รักผมเค้าอยากกินด้วย เพราะเมื่อวานพลาดไงที่รักผมเค้าดันง่วง ฮ่าๆ ผมก็เลยรอดตัวไป แต่วันนี้ที่รักผมก็เลยโทรสั่งตั้งแต่ 10 โมงครึ่ง ซึ่งผมตื่นมาก็ต้องซัดด้วยไปโดยปริยาย คือเข้าใจฟิวส์ที่ไม่อยากกินแต่ต้องกินเปล่า ไม่งั้นเดี๋ยวจะโดนที่รักผมงอนแน่ ฮ่าๆๆ พอหยิบกินไปเรื่อยกลับลืมตัว เห้ย..นี่กูแดรกไปเท่าไหร่แล้วว่ะ ซะงั้นอ่ะ 555+

พอแดรกเสร็จมาก็นั่งคิด “โอยย.. นี่กูพลาดไปอีกวันแล้วหรือเนี๊ย แดรกตามใจปากแต่เช้าไปอีกซะแล้ว” สุดท้ายก็เลยต้องลงโทษตัวเองอีกตามเคย คือวันนี้ผมหมดโควต้าการกินไปเลย เมื่อไหร่ที่ผมกินเกิน 1100-1500 กิโลแคลอรี่เมื่อไหร่ ผมก็จะหยุดการกินทุกอย่างเป็นการลงโทษตัวเอง คือผมจะสามารถกินกี่มื้อก็ได้ แต่ใน 1 วัน ผมอาหารที่ผมกินเข้าไปทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 1100-1500 กิโลแคลอรี่ โดยที่ผมประมาณเอาหน่ะครับ แต่ผมได้คำนวณจากมื้อแรกแล้ว ผมว่าแม่งทะลุ 1500 กิโลแคลอรี่ อย่างแน่นอนเลย ก็เพราะอย่างนี้แหละเลยต้องทำให้ผมหยุดปฏิบัติการกินทั้งหมดในวันนี้ มันเป็นอะไรที่ทรมานอย่างสุดๆ

อ่านต่อคลิกเลย »

0

บันทึกการลดน้ำหนัก วันแรกกินอาหารไป

ลดน้ำหนักวันที่ 1

หลังจากที่ผมห่างหายจากการลดน้ำหนักไปนาน แต่วันนี้ผมขอกลับมาเขียนบันทึกอีกซักทีเหอะ หลังจากที่ผมได้ประสบกับความล้มเหลว ผิดหวัง ท้อแท้ เสียคำพูดตัวเอง และก็ผ่ายแพ้กับตัวผมเองอย่างไม่เป็นท่าเลยสำหรับปี 2554 แล้วไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2555 ผมจะลุกขึ้นยืนสู้กับตัวเองอีกซักตั้งว่ะ รอบนี้ผมจะไม่มีทางทำให้ตัวเองผิดหวังอีกแน่ๆ เอาเป็นว่ารอบนี้อาจจะพูดเป็นรอบที่ร้อย หรือแพ้มาเป็นร้อยก็เหอะ ผมจะไม่ยอมแพ้มันแน่ๆ

วันนี้พลาดอย่างแรงเลยครับ ผมข่มใจไม่อยู่ไปซัดโอริโอ้แบบเต็มเหนี่ยวเลยอ่ะ กดไป 1 ถุงนิ่มๆ ก็เลยต้องลงโทษตัวเองด้วยการไม่โซร้ยข้าวเย็นเลย เพราะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ไม่ได้ออกกำลังกายแน่ๆ ถ้าขืนกินข้าวเย็นไปอีก มีหวังร่างกายผมเผาพลาญไม่หมดเอาแน่ๆ สำหรับวันนี้ใจผมเกือบไปแตกตอนหัวค่ำอีก เพราะว่าจะโทรสั่งพิซซ่ามาโซร้ยซะด้วยนะ เพราะว่าที่รักผมเค้าอยากกิน แต่โชคดีไปครับที่รักผมเค้าง่วงนอนซะก่อนเมนูนี้เลยถูกยกเลิกไป ฮ่าๆ

อ่านต่อคลิกเลย »

0

วิธีมุ่งสู่ความรวยพันล้าน ที่หลายคนนั้นปรารถนา

วิธีมุ่งสู่ความรวยพันล้าน

หลายครั้งที่ผมได้ไปยืนเลือกหนังสืออ่านเล่นตามร้านหนังสือสาขาต่างๆ สายตาผมมักจะเหลือบไปเห็นหนังสือหัวข้อแนวๆ นี้อยู่เยอะเลย ส่วนตัวผมไม่ได้ติดใจกับพวกหนังสือเท่าไหร่นะ แต่ผมนี่ติดใจกับตัวเองอ่ะดิ คือจริงๆ แล้วอ่ะ หนังสือแนวนี้ผมก็ชอบอ่านนะ ก็พี่แกเล่นจั่วหัวมาซะแบบนี้ “ก็ตั้งพันล้านเชียวนะเว้ย ใครไม่สะดุดตาก็ไม่ใช่คนล่ะ” (แต่จริงๆ แล้วหัวหนังสือไม่ได้จั่วมาแบบนี้ตรงๆหรอกนะ แค่ผมเปรียบเปรย เพิ่มความมันส์เท่านั้นครับ)

ที่ผมบอกว่าผมคิดใจในตัวเองคือว่า ทำไมหนังสือแนวนี้มันถึงได้ออกมาเยอะจังแฮ่ะ คือถ้ามันมาเยอะเต็มแผงวางหนังสือได้ขนาดนี้ ก็แสดงว่าก็ต้องมีผู้คนสนใจอยู่มากเหมือนกัน อันนี้ผมมักจะชอบเอาแผงหนังสือตามที่ต่างๆ หลายๆที่ มาเป็นตัววัดของผมว่า ช่วงนี้หนังสือแนวนี้แม่งเป็นที่ต้องการของตลอด แล้วยอดขายต้องดีแน่ๆ เพราะถ้าเค้าขายไม่ดีเค้าคงไม่เอามาเยอะเต็มแผงขนาดนี้หรอก เป็นไงล่ะครับตัววัดของผมเจ๋งป่ะล่ะ ฮ่าๆ

ถ้าการวางแผงหนังสือออกมาแบบนี้ ก็แสดงว่าผมนั้นก็คิดไม่ผิดเลยว่า ผู้คนในบ้านเราหรือผู้อ่านหลายๆคน นั้นยังมีความคิดต้องการที่จะประสบความสำเร็จเร็จอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วผมว่าความสำเร็จเร็จของแต่ละคนก็อาจจะไม่เหมือนกัน บางคนก็อาจจะวัดความสำเร็จ จากยอดตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในบัญชีธนาคาร บางคนก็อาจจะวัดความสำเร็จจาการเป็นคนที่มีชื่อเสียง มีคนรู้จักมากมาย ฯลฯ และยังมีความสำเร็จอีกมากมายที่ผมไม่ได้พูดถึง

อ่านต่อคลิกเลย »